ทำความรู้จักกับคู่เงินและการอ่านกราฟพื้นฐานของ Forex คืออะไร?
On May 14, 2025 by Norma Bowmanปัจจุบันการที่เราจะเทรดหรือลงทุนใดๆ นั้น…นอกจากจะต้องมีทุนทรัพย์แล้ว ยังต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่จะลงทุนด้วยเช่นกันครับ วันนี้เราจึงอยากพาทุกๆ ท่านไป “ทำความรู้จักกับคู่เงินและการอ่านกราฟพื้นฐานของ Forex” กันครับ ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกๆ ท่านไป “ทำความรู้จักกับคู่เงินและการอ่านกราฟพื้นฐาน” พร้อมกับเรียนรู้ว่า “Forex คืออะไร” ด้วยครับ
Forex คืออะไร?
Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange หมายถึง ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน หัวใจสำคัญของ Forex คือการซื้อขายสกุลเงินหนึ่งเพื่อแลกกับอีกสกุลเงินหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำกำไรจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ทำความรู้จักกับคู่เงิน (Currency Pairs) และการอ่านกราฟพื้นฐานของ Forex
การทำความเข้าใจคู่เงินและการอ่านกราฟเป็นรากฐานสำคัญของการเทรด Forex มาดูกันเลยครับ:
1. ทำความรู้จักกับคู่เงิน (Currency Pairs):
ในตลาด Forex สกุลเงินจะถูกซื้อขายเป็นคู่เสมอ เนื่องจากคุณกำลังซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน คู่เงินจะประกอบด้วย:
- สกุลเงินหลัก (Base Currency): สกุลเงินที่อยู่ด้านหน้าของคู่ มักจะเป็นสกุลเงินที่คุณต้องการซื้อหรือขาย
- สกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency หรือ Counter Currency): สกุลเงินที่อยู่ด้านหลังของคู่ เป็นสกุลเงินที่คุณใช้ในการซื้อหรือรับจากการขายสกุลเงินหลัก
ตัวอย่าง:
- EUR/USD (ยูโร / ดอลลาร์สหรัฐฯ):
- EUR คือสกุลเงินหลัก
- USD คือสกุลเงินอ้างอิง
- ความหมาย: ราคาของ EUR/USD แสดงให้เห็นว่าต้องใช้เงิน USD เท่าไหร่ในการซื้อ 1 EUR
- GBP/JPY (ปอนด์สเตอร์ลิง / เยนญี่ปุ่น):
- GBP คือสกุลเงินหลัก
- JPY คือสกุลเงินอ้างอิง
- ความหมาย: ราคาของ GBP/JPY แสดงให้เห็นว่าต้องใช้เงิน JPY เท่าไหร่ในการซื้อ 1 GBP
ประเภทของคู่เงิน:
- คู่เงินหลัก (Major Pairs): เป็นคู่เงินที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด มักจะเกี่ยวข้องกับสกุลเงินหลักของโลก ได้แก่ USD, EUR, JPY, GBP, AUD, CAD, CHF
- EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY, USD/CHF, AUD/USD, USD/CAD, NZD/USD
- คู่เงินรอง (Minor Pairs หรือ Cross Pairs): เป็นคู่เงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับ USD แต่เป็นคู่ระหว่างสกุลเงินหลักอื่นๆ
- EUR/GBP, EUR/JPY, GBP/JPY, AUD/JPY, CAD/JPY, CHF/JPY, EUR/AUD, GBP/AUD
- คู่เงิน Exotic (Exotic Pairs): เป็นคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินหลักหนึ่งสกุลและสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือขนาดเล็ก
- USD/THB (ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาทไทย), EUR/TRY (ยูโร / ลีราตุรกี), USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐฯ / แรนด์แอฟริกาใต้) คู่เงิน Exotic มักจะมีสเปรดที่กว้างกว่าและสภาพคล่องต่ำกว่า
การอ่านราคาคู่เงิน:
สมมติราคา EUR/USD คือ 1.0850
- ความหมาย: ในการซื้อ 1 ยูโร คุณต้องใช้เงิน 1.0850 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ถ้าคุณเชื่อว่าค่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ คุณจะทำการ “ซื้อ” (Buy หรือ Long) คู่ EUR/USD หากราคา EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้น เช่น เป็น 1.0860 คุณจะสามารถ “ขาย” (Sell หรือ Short) เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา
ในทางกลับกัน ถ้าคุณเชื่อว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ คุณจะทำการ “ขาย” (Sell หรือ Short) คู่ EUR/USD หากราคา EUR/USD ปรับตัวลดลง เช่น เป็น 1.0840 คุณจะสามารถ “ซื้อ” (Buy หรือ Long) เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา
2. การอ่านกราฟพื้นฐานของ Forex:
กราฟราคาเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักเทรดใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มราคาในอดีตและคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในอนาคต กราฟ Forex ทั่วไปมี 3 ประเภทหลัก:
- กราฟเส้น (Line Chart): แสดงราคาปิดของแต่ละช่วงเวลา (Timeframe) มาเชื่อมต่อกันเป็นเส้น เหมาะสำหรับการดูแนวโน้มราคาในภาพรวม
- กราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart): เป็นกราฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ให้ข้อมูลมากกว่ากราฟเส้น โดยแต่ละแท่งเทียนจะแสดงข้อมูล 4 อย่างในช่วงเวลาที่กำหนด:
- ราคาเปิด (Open): ราคาที่การซื้อขายเริ่มต้นในช่วงเวลานั้น
- ราคาสูงสุด (High): ราคาสูงสุดที่ขึ้นไปถึงในช่วงเวลานั้น
- ราคาต่ำสุด (Low): ราคาต่ำสุดที่ลงไปถึงในช่วงเวลานั้น
- ราคาปิด (Close): ราคาที่การซื้อขายสิ้นสุดในช่วงเวลานั้น
ลักษณะของแท่งเทียน:
- แท่งเขียว (Bullish Candle): ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แสดงว่ามีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย ทำให้ราคาสูงขึ้น
- แท่งแดง (Bearish Candle): ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด แสดงว่ามีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ ทำให้ราคาลดลง
- ไส้เทียน (Wick หรือ Shadow): เส้นที่ยื่นออกมาจากตัวแท่งเทียน แสดงช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลานั้น
- กราฟแท่ง (Bar Chart หรือ OHLC Chart): คล้ายกับกราฟแท่งเทียน แต่แสดงราคาเปิดเป็นขีดสั้นๆ ทางด้านซ้ายของแท่ง และราคาปิดเป็นขีดสั้นๆ ทางด้านขวาของแท่ง ส่วนตัวแท่งแสดงช่วงราคาสูงสุดและต่ำสุด
Timeframe (กรอบเวลา):
กราฟ Forex สามารถแสดงข้อมูลราคาในช่วงเวลาต่างๆ กันได้ ซึ่งเรียกว่า Timeframe นักเทรดจะเลือก Timeframe ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตนเอง:
- M1 (1 นาที): เหมาะสำหรับการ Scalping (เทรดระยะสั้นมาก)
- M5 (5 นาที): เหมาะสำหรับการ Day Trading (เทรดรายวัน)
- M15 (15 นาที): เหมาะสำหรับการ Day Trading และ Swing Trading (เทรดระยะกลาง)
- M30 (30 นาที): เหมาะสำหรับการ Day Trading และ Swing Trading
- H1 (1 ชั่วโมง): เหมาะสำหรับการ Day Trading และ Swing Trading
- H4 (4 ชั่วโมง): เหมาะสำหรับการ Swing Trading และ Position Trading (เทรดระยะยาว)
- D1 (1 วัน): เหมาะสำหรับการ Swing Trading และ Position Trading
- W1 (1 สัปดาห์): เหมาะสำหรับการ Position Trading และการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว
- MN (1 เดือน): เหมาะสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาวมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้ คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่น่าสนใจและคิดว่าน่าจะทำให้เทรดกันอย่างปลอดภัยกันนะครับ
Archives
Calendar
| M | T | W | T | F | S | S |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
